Gourmet's Delight

posted on 26 Nov 2011 13:45 by dozzzzz in Restaurant
Gourmet's Delight

"ฟิวชั่นฟู้ดส์" แนวอาหารที่เป็นการจับนั่นผสมนี่ เป็นแต่ก่อนผมก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าทำไมไม่เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อคงความดั้งเดิมเอาไว้ หรือไม่ก็เป็นพวกหัวรั้นอย่างสุดกู่ว่าฉันจะไม่มีทางกินอะไรที่มันไม่เป็นชิ้นเป็นอันแบบนี้อย่างเด็ดขาด สำหรับเวลานี้มันเป็นอะไรที่น่าสนใจ หากเราจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในแต่ละอย่างเพื่อปรุงเป็นอาหารเลิศรส สร้างความตื่นตาแปลกใหม่ให้กับตัวเอง
 
ก้าวแรกก่อนการเป็นบล็อกเกอร์ที่พูดจาประสาอาหารมาได้ 1 ปีกว่าแล้ว ผมจำได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้น สำหรับ  "กูรเมท์ดีไลท์" ที่แห่งนี้ได้ให้บทเรียนหลายๆอย่างกับผม เป็นบทเรียนสำคัญที่ผมไม่ควรมองข้ามร้านอาหารด้วยการมาเยือนเพียงครั้งสองครั้ง หรือหากไม่ได้รับการเปรียบจากร้านอาหารสไตล์เดียวกันในจังหวัดพิษณุโลกผมก็ไม่ควรที่จะพูดถึงร้านอาหารอย่างฉาบฉวยอีกต่อไป

ครั้งสุดท้ายก่อนที่เราจะมาที่นี่ในฐานะลูกค้าโนเนม เราได้เผชิญกับการตราหน้าจากร้านอาหารแห่งหนึ่งว่าเป็นนักวิจารณ์ที่มุ่งหวังเม็ดเงินหรือผลกำไรจากการวิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสีย หรือเป็นพวกที่จะจ้องเอาสูตรอาหารด้วยการถ่ายภาพกันแน่..ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันเป็นเพียงการถ่ายรูปอาหารในการไปเที่ยวชิมอาหารเท่านั้น จากที่ไม่คิดว่าจะได้เป็น สุดท้ายก็มายืนอยู่ในสิ่งที่ร้านนั้นมอบให้ซึ่งผมคงจะไม่ขอกล่าวอีก

ร้านอาหารก็เหมือนการแสดงละคร ไม่มีใครอยากรู้ว่าเบื้องหลังมื้ออาหารอันหรูหรานั้นที่จริงแล้วเราเป็นใคร แต่มันก็ดีตรงที่เราสามารถที่จะละทิ้งชีวิตมนุษย์แสนธรรมดาที่น่าเบื่อลงได้ช่วงเวลาหนึ่ง สำหรับผมแล้วมันเป็นช่วงเวลาที่ไม่อยากจะกลับไปเป็นอีก จะแค่ 1 หรือ 2 ชั่วโมงก็มีคุณค่ามากกับการได้รับการบริการที่ดีพร้อมอาหารที่ดีที่ไม่พบเจอบ่อยนัก

ร้านอาหารฟิวชั่นขนาดหนึ่งห้องแถวที่ตึกยาวออกไปทางด้านหลัง (ในขณะที่ห้องอาหารจริงนั้นสั้นนัก) เพดานสูงโล่ง หน้าร้านเป็นกระจกบานหนา ด้านในเป็นการให้แสงขาวอมเหลืองกลืนไปกับการทาสีครีมของผนัง เข้ากันได้ดีกับสไตล์ทูโทนของแบล็คโอ๊คที่เป็นทั้งเฟอร์นิเจอร์แบบโซฟาใหญ่ และเก้าอี้ที่โค้งรับด้านหลัง ผ้าปูโต๊ะผืนมันสีครีมที่สะดวกต่อการทำความสะอาดเมื่อมีสิ่งสกปรกตกลงมาที่พื้น ถึงจะไม่ขาวสะอาดแต่มันใช้งานได้ดีทีเดียว ห้องอาหารไม่้ใหญ่มากนัก ดูเรียบเฉยแฝงความเป็นกันเอง มีประตูที่เป็นกระจกเลื่อนออกไปนั่งทางด้านขวาสำหรับผู้ที่อยากมีความเป็นส่วนตัวหรือต้องการสูบบุหรี่

ผมมักจะได้รับเสียงบ่นจาก'นัยย์ (ผมขอเรียกว่า 'บร๊ะ') เมื่อชวนเธอมาทานอาหารที่นี่ (น่าขันที่เธอเองก็โดนผมดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับการวิจารณ์อาหารโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวเลยแต่แรก การวิจารณ์แบบไม่ประสีประสาของเธอสร้างเสียงฮือฮาให้กับคนที่มาอ่านบทความในเว็บไซต์พอสมควร สังเกตได้จากจดหมายก่นด่าที่ผมนั่งเปิดอ่าน เพราะเล่นเอาอ้างอิงทุกคำพูดทั้งหมดส่งมาที่ผู้ดูแลระบบ มันดูแรงแต่ก็ตรงใจกับผู้อ่านหลายท่าน) เธอบอกว่าที่นี่แพงน่าดูซึ่งในขณะนั้นผมก็เห็นด้วยในตอนนั้น

ในฐานะลูกค้าทั่วไป >>
วันนั้นเราเปิดไวน์อิตาลี มีปูอลาสก้าและอาหารอีกพอสมควร เราได้รับการบริการที่ดีตรงกันข้ามกับการแต่งตัว เป็นการมาตั้งแต่ช่วงทุ่มครึ่งจนสี่ทุ่มกว่าซึ่งร้านควรจะปิดและไล่เราออกไปได้ตั้งนานแล้ว บริกรเสิร์ฟอาหารด้วยปูอลาสก้าตัวเขื่อง เป็นความประทับใจที่ไม่เคยพบในร้านอาหารของพิษณุโลก เนื้อปูนั้นนุ่มเป็นริ้วเส้นทั้งยังสีขาวเนียนดุจเนื้อสำลี ส่วนน้ำจิ้มมีแบบซีฟู้ดและแบบครีม ส่วนตัวผมชอบแบบครีมมากว่า การใช้อุปกรณ์แคะปูสำหรับผมยอมรับว่าทุลักทุเล แต่เธอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับแคะได้อย่างคล่องปรื๋อ เนื้อเบาและนุ่มมาก เสียดายที่ matching ระหว่างไวน์กับอาหารในวันนั้นไม่เอาอ่าวเลย เพราะถือไวน์แดงมอนเต้ปุลชาโน่แสนดุดันแข็งกร้าว กลับเลือกที่จะดินเนอร์ด้วยเนื้อปู ถ้าตัดเรื่องการจับคู่อาหารในวันนั้นทิ้งไป อาหารที่เสิร์ฟนั้นก็วิเศษมาก เราหมดไปราวๆ 1,600 กว่าบาทซึ่งก็คุ้มค่ากับประสบการณ์แปลกใหม่ เป็นร้านที่ดับอารมณ์ขุ่นเคืองจากร้านก่อนหน้าได้สนิท

ในฐานะคนรู้จัก >>
เป็นธรรมดาที่พอได้รู้จักมักจี่กับเจ้าของร้านทุกอย่างก็ควรที่จะถูกยกระดับขึ้น แต่ที่นี่ก็ยังเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผมกล้าที่โทรมาสอบถามเมนูทางร้านและจองโต๊ะล่วงหน้า มีความสะดวกในการมาทานอาหารที่นี่มากขึ้น การนำเสนอเมนูใหม่ๆก็เป็นเรื่องง่าย และเมื่อเราตกลงปลงใจที่จะอยู่ในพิษณุโลกกับร้านอาหารที่ใดที่หนึ่งสักร้าน การขึ้นราคาอาหารด้วยเหตุผลที่สมควรเป็นเรื่องที่ไม่ได้สร้างความระแคะระคายให้เท่าไรนัก

เมนูที่ผมชอบที่สุด มักจะเป็นคำที่ต่อท้ายด้วย "-ย่างซีอิ๊วญี่ปุ่น" จะเป็นเนื้อปลาแซลม่อนเกรดเอหั่นขวางที่หั่นไว้เสิร์ฟด้วยชั้นเนื้อที่หนา หรือจะยกระดับขึ้นเป็นปลาหิมะที่นุ่มละมุนแทบจะหายไปกับลิ้นก็ยังซึมซับเอาซีอิ๊วที่ย่างไว้ได้อย่างกลมกล่อมจนต้องสั่งแทบทุกครั้งที่มาที่นี่ กลิ่นที่หอมเข้ม หวานอมขมนิดๆของซอสไปกันได้ดีกับเนื้อปลา ยกเว้นปลาอินทรีย์ด้วยเหตุผลที่ว่าผมไม่ชอบเจ้าปลานี่เท่าไหร่ มันมีอายของทะเลเจือเกลือ และเข้มอยู่ในตัวเนื้อแล้ว แต่ใครจะสั่งด้วยความต้องการที่จะลองเมนูใหม่ๆ หรือเบื่อเนื้อปลาสองอย่างข้างต้นที่ว่านี้ก็เชิญได้
เครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ผมอยากให้เป็นค็อกเทลผสมเหล้าในงานคริสต์มาสเมื่อปี 53 แต่มันก็ไม่ได้ตามใจไปทุกอย่าง ไม่แน่ว่าผมอาจจะคะยั้นคะยอและพยายามอย่างสุดความสามารถให้มันปรากฏขึ้นที่บรรทัดใดบรรทัดหนึ่งของเมนูร้าน แต่มันก็ค่อนข้างตลก มันตลกตั้งแต่เชฟมักจะเป็นคนเลือกอาหารให้ทานแล้ว

เมนูอื่นของทางร้านก็ยังมีอีกเยอะให้เลือก ล้วนแต่เป็นฟิวชั่นเมนูที่รสชาติถูกปาก เมนูทั่วไปอย่าง Gourmet's Pork Steak ก็ให้อรรถรสที่ต่างไปจากร้านอื่น ความอ่อนนุ่มและคุณภาพของผักสลัดเรียกได้ว่ายังคงความสดกรอบและคุณค่าอย่างที่สุด ไม่ได้มีค่าเพียงแค่เป็นผักที่มีไว้เพื่อประดับจานให้สวยงามเท่านั้น

ในงานคริสต์มาสปีที่แล้วนั้นเป็นงานที่ผมประทับใจมาก มันเหมือนเป็นความฝันที่มีร่วมกันกับแขกในงาน เป็นความฝันอันอบอุ่นที่เราสร้างได้บนโลก ด้วยการทานอาหารในร้านอาหารดีๆสักร้าน และได้พูดคุยกับเพื่อนฝูงอย่างสนิทสนม บรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ยิ่ง เคล้าคลอไปกับเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ประกอบด้วยอาหารสำหรับวันขอบคุณพระเจ้า และไวน์ให้ลองลิ้มส่วนตัวจากเจ้าของร้านที่มาสนุกด้วยกันจนกระอั่กกระอ่วนไปหมด

...หลังงานจบ ผมกางประตูกระจกก้าวออกมาที่หน้าร้าน ลมแห้งที่เย็นยะเยือกแห่งฤดูกาลใกล้สิ้นปีพลันเข้ามาสัมผัสในทุกอณูของผิวกาย เป็นสัญญาณเตือนของการสิ้นสุดในหลายๆสิ่ง กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้อีกครั้ง โลกของมนุษย์ที่น่าเหนื่อยหน่าย...

สรวงสวรรค์ของนักดื่มกินแห่งนี้.. เป็นสถานที่ที่ทำให้ผมไม่อยากกลับมาแตะที่พื้นดินอีกเลย
------------------------------

Gourmet's Delight
 
3.5/5

edit @ 26 Nov 2011 17:45:12 by DuoRecommend

Comment

Comment:

Tweet