โคะฟุขุ

posted on 30 Nov 2011 20:27 by dozzzzz in Restaurant

โคะฟุขุ
ผมกับเธอเดินวนขวาอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าของดินแดนแห่งการค้าในพิษณุโลก ที่นี่แน่นหนาไปด้วยร้านค้าอุปกรณ์ไอทีผุดขึ้นเบียดเสียดกันอย่างกับกอดอกเห็ด อีกทั้งยังคราคร่ำไปด้วยสถาบันกวดวิชาหลายๆแบรนด์ ไม่แปลกใจเลยที่จะพบเด็กอายุประมาณ 13 - 18 ปีที่นี่บ่ิอยๆ และมันก็เป็นทำเลทองจริงๆสำหรับร้านอาหารที่คิดจะเติบโตในจุดที่มีกำลังซื้อเป็นกระแสหมุนเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดขาย

สิ่งที่ผมพูดไปนั้นไม่มีอยู่จริงในเวลาที่ค่ำมืดขนาดนี้ ความจริงแล้วแล้วในขณะที่กำลังเดินเอ้อระเหย และใช้เวลาในช่วงชีวิตให้ทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ถึงสามรอบ สาเหตุนั้นมาจากการไปจองโต๊ะร้านปิ้งย่างญี่ปุ่น "โคฟุขุ" ซึ่งสาวชุดดำที่รับคิวจองโต๊ะก็ได้บอกเรามาว่า

"รออีก 45 นาทีโต๊ะจึงจะว่างนะคะ..."

เห็นได้ถึงความคึกคักของลูกค้าภายในร้านที่ต่างกำลังปิ้งย่างเนื้อสัตว์ อยู่ในอิริยาบทที่ประคับประคองชิ้นเนื้อของตัวเองให้สุกอย่างละเมียดละไมจนไม่สนใจลูกค้าใหม่ๆที่เดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศของคนที่กำลังจะรอเข้าไปเป็นลูกค้าด้านในแต่ก็เข้าไปไม่ได้เพราะโต๊ะเต็มหมดแต่ก็ยังจะยืนรอนั้นให้ความรู้สึกขาดแคลนอาหารโพล่งขึ้นมาในใจ 

หวังว่าภาพนี้จะค่อยๆเบาบางลงหลังจากร้านเพิ่งตัวได้อีกสักระยะ คนส่วนมากมักจะตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆหรือ? ใครๆก็เป็นกันทั้งนั้น ผมอาจจะแก่แดดมากจนเกินไปที่ไม่รู้สึก

โต๊ะที่เราได้นั่งสำหรับค่ำคืนนี้อยู่ชั้นสอง เราเดินขึ้นตามบริกรวัยรุ่นสาวชุดสีชมพูอมม่วงขึ้นมา หนทางค่อนข้างแคบและบันไดลื่นเล็กน้อยแล้วเราก็นั่งลง โต๊ะอาหารของเราปูด้วยหินแกรนิตเจาะวงกลมตรงกลางและเป็นหลุมสำหรับวางเตาปิ้งย่างที่ใช้ถ่านไม้ ผมยื่นหน้าลงไปดูว่ามันไม่มีปล่องสำหรับดูดควันหรือ พอดูก็เข้าใจว่ามันเป็นแบบดูดลงซึ่งประหลาดดี การมีแอร์คอนดิชั่นในร้านอาหารแบบนี้คงจะดูสิ้นเปลืองไม่น้อยทีเดียว เพราะความเย็นคงวิ่งลงเตาไปโดนถ่านไม้ที่กำลังร้อนระอุ

290 บาทมีตัวเลือกให้เราไม่มากนัก เป็นเนื้อสันสะโพก, ริบอาย, เนื้อสันคอ, เนื้อปลาแซลม่อน, ปลาหมึก, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ แล้วก็ของกินเคียงที่เอาไว้ประกอบการปิ้งย่างนอกเหนือไปจากตัวหลักอย่างเช่นทาโกะยากิ, กิมจิ ชุดมิโสะและยำสาหร่าย

พอรู้เมนูอย่างนี้ การทานอาหารแล้วนั่งพิจารณาถึงรสชาติโดยวิเคราะห์แยกออกมาที่ละอย่างก็ตัดทิ้งไปได้เลย เพราะรู้กันอยู่ว่ากำลังจะได้กินอะไร ผมกำลังนึกถึงวิธีการที่จะทำให้ตัวเองได้ทานในสิ่งที่คุ้มค่ากับที่จ่ายไป ส่วนเธอนั้นก็สั่งเนื้อสันสะโพกกับซุปมิโสะไปแล้ว ผมก็สั่งเป็นซีฟู้ด เพื่อที่จะลองทานทุกๆอย่างที่ร้านมี แต่บริกรก็แจ้งว่ามีบางอย่างที่หมดแล้ว

การนั่งปิ้งอาหารประเภทรมไฟหรือทอดบนตะแกรงหลุมที่คอยจะดูดทุกสิ่งทุกอย่างลงไป ทำให้เราค่อนข้างคลางแคลงใจถึงขนาดเอ่ยปากกันว่า "กว่ามันจะสุกก็หมดเวลากินพอดีซะล่ะมั้ง.." เพราะเตาร้อนยากมาก กว่าผมและเธอจะปิ้งเนื้อสันสะโพกหมูให้สุกได้ทั้งชิ้น ผมก็นั่งซดซุปมิโสะรสชาติธรรมดาๆไปจนจะแย่งพื้นที่กระเพาะหมดอยู่แล้ว

เรื่องที่ผมคิดว่ามันไม่ค่อยคุ้มอย่างยิ่งสิ่งหนึ่งอยู่ที่หอยแมลงภู่ เพราะถ้าเราเอาส่วนที่เป็นบริเวณเปลือกสีเขียวอำพันวางบนตะแกรง ด้วยความที่ไฟมันกว่าจะปะทุขึ้นมาให้กำลังใจกันสักครั้งว่าไฟที่นี่แรงผมก็แทบลืมไปเลยว่าเอาหอยแมลงภู่ไปย่าง ส่วนกุ้งและเนื้อต่างๆมักจะสุกรุดหน้าไปก่อนทุกที ทำให้เสียเวลามาเคลียร์หอยแมลงภู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่อยากจะสั่งอีก หลังๆเราแกะออกจากเปลือกแล้วย่างไปเลย ซึ่งการทำแบบนี้รสชาติน้ำที่มีอยู่ในตัวหอยก็ระเหยไปหมดอีกอยู่ดี แล้วจะทำยังไง?

ในมื้อนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองจะเห็นปลาแซลม่อนอยู่สามจาน เป็นจานที่กว้างราวๆทอดไข่ดาวแผ่ได้ 1 ใบ ส่วนของปลาแซลม่อนนั้นตลกมาก เพราะเราสังเกตได้ว่าเป็นเนื้อส่วนหางแล้ว ยิ่งสั่งก็ยิ่งได้ส่วนหางไปเรื่อยๆเหมือนฟ้าดินกลั่นแกล้ง ชิ้นเนื้อก็เล็กลงไปเรื่อยๆอย่างน่าอดสู ในราคาที่จ่ายเท่ากันกับทุกคน การได้รับการปฏิบัติด้วยปริมาณอาหารที่สั่งเป็นเรื่องเดาสุ่ม ต้องยอมรับว่าความรู้สึกในการมายืนที่หน้าประตูร้านที่นี่ผมรู้สึกว่าตัวเองไร้พันธนาการผูกมัด จะทานอะไรเท่าไหร่ก็ได้ แต่พอมานั่งจริงๆคนที่จะนำอาหารหรือเลือกมาให้เราปิ้งย่างก็คือบริกรนี่เอง เป็นความอิสระที่อยู่ในกรอบ อีกอย่างผมไม่ชอบการจับเวลาเลยให้ตายสิ เพราะเสียเวลากับการปิ้งย่างและเปลี่ยนถ่านในเตาไปสามรอบเห็นจะได้

"290 บาทไม่คุ้มเลย รู้งี้.. ไม่สั่งหอยแมลงภู่มาหรอก...มันสุกยาก" คำพูดของเธอเหมือนสิ่งที่คอยตอกย้ำว่าผมทำอะไรผิดพลาดร้ายแรงอะไรลงไปอย่างนั้น เรามีความสุขพอสมควรกับการนั่งหัวเราะร่วนถึงการเปลี่ยนสีของเนื้อว่ามันนานไปไหม อยากวอนขอบริกรเปลี่ยนเป็นอั่งโล่แล้วย้ายเราไปนั่งนอกร้านคงทานได้เยอะกว่านี้แน่

------------------------------------------------

โคะฟูขุ

0.5/5

edit @ 2 Dec 2011 23:27:50 by DuoRecommend

edit @ 2 Dec 2011 23:29:51 by DuoRecommend

edit @ 2 Dec 2011 23:30:12 by DuoRecommend

Comment

Comment:

Tweet

^^

เรากินบุฟเฟต์ครั้งล่าสุดเป็นบุฟเฟต์เกาหลีค่ะ

กินที่ร้านคิมจู เซ็นทรัล ลาดพร้าว

หมดไปคนละสามร้อยบาทนิดๆ

(ไปกับเพื่อนอีกคน)

ก็อิ่มมากๆ อร่อยมากๆเลยค่ะ

ถ้ามีโอกาส อยากให้ลองดูนะคะ

ของเค้าคุณภาพจริงๆ ^^

ป.ล. น้ำจิ้มที่เป็นเต้าเจี้ยวเกาหลีอร่อยมากกก

#1 By ' I'm E29AZA ' on 2011-12-01 11:00