เลอ สไปซ์

posted on 24 Dec 2011 22:10 by dozzzzz in Restaurant

ดวงตาของเธอเบิ่งโพล่งมาทางผม เหมือนว่าเธอกำลังจะบอกบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเธอในขณะนี้ว่ามันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในปาก ในท่วงทำนองของการลิ้มรสของหวานภาระตะที่แสนแปลกประหลาด เป็นเหมือนโฆษณาที่ชอบคั่นระหว่างละครรอบดึกที่บ่อยครั้งมันก็ทำให้เราชะงักงัน เธอใช้นิ้วมือดึงบางสิ่งบางอย่างจากปากของเธอออกมา เป็นพืชชนิดหนึ่งเส้นสีเขียวที่ภายในเป็นบรรจุเมล็ดสีดำคล้ายพริกไทยฝรั่ง เธอยื่นมันให้ผมดูในขณะที่ผมกำลังจ้องอยู่อีกฝากของโต๊ะ ผมพิจารณาอยู่ไม่นานก็ส่งมันเข้าไปในปากของผมบ้าง นี่เป็นเรื่องที่น่าอดสูใจอย่างมากที่เราจะเลี่ยงหน้าที่การพิสูจน์สิ่งต่างๆในอาหารไม่ได้ถ้าสั่งมันมาวางลงบนโต๊ะ ผมลืมไปเลยว่าเมื่อกี้มันเพิ่งออกมาจากปากของเธอและตอนนี้กลิ่นของมันก็กำลังเต้นระบำอยู่ในปากอย่างครึกครื้น มันไม่น่าจะใช่เมล็ดยี่หร่าแขก สภาพของมันดูแทบไม่ออกว่ารูปทรงเดิมของมันเป็นอย่างไร กลิ่นของมันหอมฉุน เชื่อว่าจะต้องมีคนทนกลิ่นแบบนี้ไม่ได้ในไอศกรีมกะทิอย่างไม่ต้องสงสัย
 
ความรู้สึกของเราในร้านอาหารแขก เลอ สไปซ์ ไม่ค่อยต่างอะไรกับคนที่กำลังลุ้นปั่นรูเล็ตในคาสิโนเอาเสียเลย เราลุ้นระทึกทุกวินาที ทุกจังหวะการเคี้ยวอาหารแต่ละอย่างในปากของเราว่าจะเจออะไรบ้าง แล้วเราจะทนมันได้หรือไม่ แต่ความสร้างสรรค์ของกุหลาบยามุนที่เป็นแป้งคลุกน้ำเชื่อมทอดนั้นก็ดูดีทีเดียวเมื่อวางบนไอศกรีมกะทิในถ้วยทองเหลือง เหลือเชื่อมากที่มันมีแทบทุกอย่างอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นลอดช่อง, เผือก, ข้าวโพด, เส้นสลิ่ม, ขนุน, และเครื่องเทศประหลาดๆอีกหลายอย่าง (มันไม่ประหลาดแน่ถ้าบอกชื่อกับเรา)
 
ซาโมซ่าทำให้เราคลื่นเหียนเล็กน้อย ครั้งแรกผมกะจะบอกให้บริกรเสิร์ฟพัพพาดัมมาแต่เราไม่เคยลิ้มรสของอาหารแขกมาก่อนนอกจากเคยอ่านหนังสือมาบ้าง มันคือเกี๊ยวซ่าที่ด้านในเป็นผักชุ่มน้ำมัน มันไม่เหมาะกับฤดูหนาวและคนขี้โรค แต่รสชาติมันก็ยังพอทำเนา
 
บริกรสาวเพียงคนเดียวในร้านเสิร์ฟไก่ย่างทันดูรีในจานอ่านสเตนเลส เรานั่งดูสีส้มเข้มบนผิวของมันพร้อมกับใช้มีดที่ข้างจานกับส้อมค่อยๆหั่นแฉลบและฉีกเนื้อมันขึ้นมาชิมคนละชิ้น เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอาหารแขกแต่ก็พอจะเดาได้ว่ามันมีขมิ้น หรือโยเกิร์ตเป็นเครื่องหมักด้วย กลิ่นของมันร้อนแรงจริงแต่รสชาตินั้นจืดชืดมากคล้ายหมักแล้วไม่เข้าเนื้ออย่างนั้น อาจาดด้านข้างแบบสามถ้วยที่เป็นอาจาดน้ำส้มสายชูหวาน หรือมะขามเปียกก็ทำให้เราอมยิ้มอยู่พักนึง มีโยเกิร์ตกับผักสับชิ้นเล็กๆในอีกถ้วย ดูสีหน้าของเธอแล้วผมก็เข้าใจว่าการที่ใช้โยเกิร์ตเป็นเครื่องจิ้มนั้นสีหน้าของเรามันเฝื่อนเพียงใด แต่เมื่อลองแล้วมันก็ถือว่าทานได้สบายๆ
 
รสชาติไปได้สวยกับแกงวินดาลูเนื้อแพะ ตอนที่เรากำลังสอบถามบริกรสาวเกี่ยวกับรสชาติของมันเพื่อประเมินความร้อนแรงที่เป็นความเห็นส่วนตัวของเธอกับแกงชามนี้นั้น บริกรเธอไม่รู้จะอธิบายกับเราอย่างไรดีว่าแกงของแขกนั้นมีความเผ็ดมากแค่ไหน (เผ็ดอนุบาล? หรือโคตรเผ็ด?) เราเองก็ขออย่าให้มันเผ็ดไปกว่าของไทยเป็นใช้ได้ แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิด เนื้อแพะถูกกลบด้วยเครื่องเทศแกงกระหรี่วินดาลูแบบเรียกได้ว่าไม่หือไม่อือ ไม่มีคาวอะไรของเนื้อแพะหรือสางแม้แต่เพียงนิด จะมีก็แต่กลิ่นของเครื่องแกงอันเผ็ดร้อน เป็นความเผ็ดร้อนที่คนไทยอย่างเรารับมือได้อย่างสบาย รสชาติของแกงแขกจะหนักไปทางกลิ่นและความร้อนเร่าในเครื่องเทศ ในขณะที่ถ้ามาทางแกงกระหรี่ฝั่งเอเชียความครบเครื่องของรสชาติมากกว่าแต่ไม่จัดเครื่องเทศเท่า
 
ระหว่างมื้ออาหารค่ำของเรานั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินผ่านหน้าร้าน เราไม่มีสิทธิ์เลือกที่จะนั่งในโต๊ะใดๆเพื่อเลี่ยงกลิ่นควันบุหรี่หรือเสียงจราจร มีลูกค้าที่เป็นชาวฝรั่งเสียส่วนมากเดินเข้ามาใน เลอ สไปซ์ เพราะนี่คือร้านอาหารห้องแถวแบบเปิดห้องหนึ่งในถนนไนท์บาซ่าร์ บางทีเราก็อดคิดไม่ได้ว่าเราแปลกหรือเปล่าที่เป็นคนไทย ที่นี่ไม่เหมือนเมืองที่เราเคยอยู่เลย มันเจริญไปมากเมื่อเทียบกับหลายสิบปีก่อน เป็นเมืองนอกในเมืองไทยที่เราตื่นตกใจกับอาหารในร้านใหม่ๆที่พบเจอ
 
"แล้วมันดีหรือเปล่าล่ะ..?"
 
ผมถามเธอหลังจากมื้ออาหารจบลง เราสนทนากันถึงอาหารแขกที่ทานไปเมื่อครู่ระหว่างที่เดินทางกลับออกจากร้าน เรื่องนี้นั้นเป็นรสนิยมส่วนตัวที่ต่อให้เป็นไกด์บุ๊คก็ไม่อาจจะชี้นำความรู้สึกที่แท้จริงมายังคุณได้ จริงอยู่ที่เราไม่ใช่คนที่ทานอาหารแขกแต่กำเนิด แต่สำหรับผมแล้วมันไม่มีอะไรแย่เลยที่เลอสไปซ์ เป็นการเปิดประสบการณ์ที่ลุ้นระทึกในจานอาหารและจะช่วยขยายเขตความรู้และประสบการณ์ในเรื่องนี้ให้มากขึ้น 
 
การมายังเชียงใหม่ของเรานั้นตลกมาก เรามีหนังสือเพียงเล่มเดียวที่เกี่ยวกับเชียงใหม่ นั่นคือหนังสือที่มีชื่อว่า "ชิมเชียงใหม่ 120 ร้านอร่อย" แล้วเราก็หลงทางอยู่เป็นวันๆกับแผนที่ในเล่มนั้น มันไม่ละเอียด และร้านอาหารในนั้นไม่ใช่ว่าทุกร้านจะดีไปเสียทั้งหมด กว่าที่เราจะตัดสินร้านใดร้านหนึ่งได้อย่างละเอียดนั้นเราจะต้องเทียวกันไปมามากกว่า 3 รอบขึ้นไป แล้วเราก็ไม่แน่ใจว่าเราจะใช้มันกับที่นี่ได้ คุณไม่ควรจะเชื่อไกด์บุีคใดๆให้มากนัก คุณไม่ควรจะเชื่อคำวิพากษ์วิจารณ์ในบางแง่มุมที่เราก็ผิดไป และที่สำคัญในเล่มนี้คุณก็เชื่อไม่ได้ทั้งหมด เพราะคนเขียนเขาทานบางเมนูเท่านั้น
 
แล้วคุณก็ไม่ควรเชื่อเราด้วย
 
"เราจะเชื่อเมนูที่สั่งมาทานจากหนังสือเล่มนี้น่ะหรือ..?" ผมถามเธออีกครั้ง
 
เลอ สไปซ์
2.5/5
 
 

Comment

Comment:

Tweet

มาเที่ยวเชียงใหม่ อย่าเชื่อไกด์บุคมากครับ
อยากรู้ว่าร้านไหนอร่อย ต้องลองถามคนในพื้นที่
หรือว่าถามคนที่เคยมาเที่ยวบ่อยๆดูฮะ
บางร้านที่อร่อยๆ ก็ไม่ค่อยอยู่ในไกด์บุค
(ประสบการณ์นี้มีรุ่นพี่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟัง)
big smile big smile

#7 By นายอะติม on 2011-12-27 18:42

ภาพน่าชิมและลิ้มรสcry Hot!

#6 By มาลิกก้าแมน on 2011-12-25 18:13

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ

ภาพสวยจังค่ะ
ถ่ายรูปอาหารได้น่ากินมาก

ปล. ชอบประโยคสุดท้าย เหมือนคุณจับฉ่ายเลย
Hot! Hot!

#5 By Nami on 2011-12-25 09:25

ป.ล. ชอบสไตล์การเขียนของคุณ DRM ครับ
Hot! Hot! จริงครับ ส่วนตัวผมมักจะเจอในเรื่องของภาพยนตร์เสียมากกว่า

เพื่อนบอกเรื่องนี้ดี สนุกมาก ผมไปดูไม่เห็นจะดีเลย

กับอีกเรื่องผมมองว่าเป็นหนังดี สอนคน เพื่อนมองว่าไร้สาระ

ก็มี้!!!
"เราจะเชื่อเมนูที่สั่งมาทานจากหนังสือเล่มนี้น่ะหรือ..?"
ชอบประโยคนี้จังค่ะ พูดกับเพื่อนแบบนี้บ่อยๆเหมือนกัน
บางที คนอื่นเค้าว่าอร่อย แต่เราคิดว่า มีอย่างอื่นในร้านที่อร่อยกว่าเมนูแนะนำเยอะเลย
อาหารไทยแหละ ถูกปากเราที่สุดแล้ววว big smile big smile

Hot! Hot!


ปล. ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบ้านจับฉ่ายนะค๊าา

#2 By จับฉ่าย on 2011-12-24 22:38

กะลังนั่งอ่านบล็อคนี้อยู่ดีๆ เจ้าของบล็อคนี้ก็แวะไปเยี่ยมบ้านผมพอดี 55บังเอิญจริงๆ
อ่ะ ถามหน่อย บล็อคเกี่ยวกะอารายอะ เห็นมีแต่ชื่ออาหาร? แต่ไม่เหมือนกันพูดคุยถึงอาหาร?
confused smile confused smile

#1 By tunny on 2011-12-24 22:22